2006/Dec/12

- 3

ภายในห้องนอนหรูหรามืดครึ้มไปด้วยบรรยากาศแปลกที่แผ่กระจายมาจากชายผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ที่ขอบเตียง รัศมีอำมหิตกำลังแพร่ออกมาแทรกซึมกลบทับบรรยากาศดีๆ ทั้งๆ ที่ข้างกายไม่เคยเว้นว่างจากอิสตรีผู้รุ่มร้อนสวยงามที่หมุนเวียนเปลี่ยนหน้ากันไป...ควันบุหรี่จางๆ ยิ่งกดทับให้บรรยากาศรอบตัวยิ่งดูอึดอัดเข้าไปอีก เมื่อบทสนทนาของผู้มาเยือนกำลังพร่างพรายออกมา...

ว่างัยนะ! ซึบาสะไม่ใส่ใจกับงาน...คราวนี้เป็นใคร? มาจากไหน?

คือว่าคุณนางาเสะ...พักนี้ผมเห็นซึบาสะเที่ยวกับผู้ชายคนหนึ่ง..ผู้ชายคนนั้นคล้ายมาก...คล้ายผู้ชายที่พุ่งเข้ากระแทกผมแล้วหนีไปตอนที่อุจี้ถูกฆ่า

เงามืดเริ่มเคลื่อนคล้อยเข้ามาอีกระลอก...จะทำอย่างไรดีนะ?

ซึบาสะกับคุณครูเป็นแฟนกันจริงๆ เหรอฮะ จู่ๆ เจ้าตัวน้อย ยูยะคุง ก็ถามขึ้นมาขณะที่เรากำลังนั่งคุยกันอยู่ที่หน้าบ้าน

ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะ ยูยะ?

เซ๊นต์น่ะฮะ

อ้อ...

ผมยิ้มให้กับความช่างแสนรู้ของยูยะ...พักนี้เราสนิทกันมากขึ้น ตอนที่ทากิซาว่าไม่อยู่...ก็ได้ยูยะนี่แหละเป็นเพื่อนคุยเล่น

บรืนนนน...

เสียงรถคุ้นตาวิ่งเข้ามาใกล้ๆ ทันทีที่ผมเหลือบไปเห็นผมก็แกล้งหลอกล่อเด็กน้อยให้เข้าบ้านไป มันอันตรายเกินกว่าที่เด็กตัวแค่นี้จะเข้ามาพัวพัน

ยูยะคุง...คืนนี้ชั้นอาจจะไม่ได้กลับ เธอช่วยเอาอาหารให้เจ้าฮิเดโซะทีนะ แล้วก็นี่...ฝากด้วยนะ ต้องไปก่อนล่ะ

ซึบาสะ?

นี่ยูยะคุง...ถ้าชั้นกับคุณครูรักกัน เธอยังรักเขาหรือเปล่า?

ยูยะหยุดยืนอยู่หน้าประตูบ้านพร้อมทั้งกอดเจ้าฮิเดโซะไว้กับอกก่อนจะหันหน้ามาตอบคำถาม

จะบ้าเหรองัย พูดเรื่องลำเอียงอย่างนั้นทำไม...ทั้งซึบาสะ ทั้งคุณครู ทั้งฮิเดโซะ...ผมก็รักหมดอยู่แล้ว

ผมยิ้มให้กับคำตอบที่เจ้าเด็กน้อยพูดก่อนจะเดินเข้าบ้านไป ขอบใจนะ...ยูยะคุง

...

..

.

ซึบาสะ!...ขึ้นรถ

ชายร่างใหญ่ 2 คน หน้าตาน่าเกลียด รอยบากบนใบหน้ายิ่งเสริมให้เจ้าตัวดูน่าเกลียดน่ากลัวเข้าไปอีก ถึงแม้ว่าจะปกปิดดวงตาชั่วๆ ไว้ด้วยแว่นดำก็ตาม...แผ่นหลังช่วงล่างถูกวัตถุบางอย่างจ่อเข้าในระดับเอว หึ...ไม่บอกก็รู้ว่ามันคืออะไร...อา...คงหมดเวลาเล่นสนุกแล้วสินะ

ผมถูกดันตัวขึ้นรถพามาที่สถานที่เดิมๆ คฤหาสน์แสนหรูหราของบอส ที่ๆ ผมเกลียดกับคนที่ผมเกลียด ช่างเข้ากันซะจริง...บอสยังคงไม่เปลี่ยน สาวสวยมักอยู่ข้างกายเสมอ และบรรยากาศชั่วร้ายก็มักจะอยู่รอบกายไม่เปลี่ยนเช่นกัน

เทปถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง...นั่นเป็นบทสนทนาของผมกับทากิซาว่าที่ผับนั้น หึ..หึ..นึกแล้วเชียว ทุกทีสินะ...

อยากหนีเป็นอิสระจากชั้นเรอะซึบาสะ...คราวหน้ารู้จักตรวจดูซะก่อนนะว่ามีเครื่องดักฟังในห้องน้ำหรือเปล่า แกพยายามหนีไปจากชั้นกี่ครั้งมาแล้ว และทุกครั้งก็ตามกลับมาได้...แสดงว่า แกไม่กล้าที่จะหนีไปจากชั้นจริงๆ หรอก... นางาเสะจุดยิ้มเยาะในความโง่เขลา

แกอยู่ในกำมือของชั้นแล้ว

เสียงที่ลอยมากระทบโสตประสาท มันช่างเยือกเย็นอะไรอย่างนี้

เมื่อก่อนอาจใช่ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว...พี่ชาย... ผมเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก...อีกแล้ว...ที่นี่อีกแล้ว...ทำไมกัน...จบๆ กันไปซะทีสิ

พี่ได้ตายไปแล้ว...ทากิซาว่าได้ช่วยปลดปล่อยชั้นให้เป็นอิสระจากเงาในอดีต

คิดเรอะว่าทั้งแกและผู้ชายคนนั้นจะจบลงง่ายๆ แบบนี้ ชั้นรู้นะ...ผู้ชายคนนั้นมันคือใคร...ไอ้ปีศาจฆาตกรโฮโมคนนั้น ใช่มั๊ย? เก็บสร้อยคอมาได้เรอะ...เอามานี่ซะ!

คำขู่เย็นๆ มาอีกระลอก...ทำไมต้องทำตาม....ผมเริ่มปลดสร้อยที่ห้อยคออยู่ออกก่อนที่จะปลดป้ายโลหะเล็กๆ แผ่นนั้นออกจากสายสร้อยแล้วค่อยๆ ยกมันขึ้น...คงคาดไม่ถึงล่ะสิ

เอื๊อก...

ป้ายเล็กๆ ถูกกลืนลงไปอย่างรวดเร็ว ผมยิ้มให้พวกที่อยู่ตรงหน้า...เอาล่ะ...ทีนี้จะทำอย่างไรต่อ?...

แก!?... เสียงลูกน้องร่างใหญ่ดังขึ้นด้วยความโมโห ผิดกับนางาเสะที่ยังสงบนิ่ง

ทำให้มันคายออกมา!

..

.

ไม่สำเร็จครับ!...จับมันกรอกน้ำจนแทบตาย มันก็ไม่คายออกมา...ต่อยยังงัยก็ไม่เป็นผล

อยากปกป้องมันจนถึงกับยอมทำขนาดนี้เชียวเรอะ...

สายตาเย็นชาน่ากลัวจดจ้องมาที่ร่างบางที่นอนแนบพื้นที่เปียกไปด้วยน้ำ ร่างกายที่มีแต่รอยช้ำ...ผมถูกจิกขึ้นมาให้เงยหน้าขึ้นสบตากับแววตาแข็งกร้าว...บุหรี่ถูกจุดมาคาบไว้ในปากก่อนที่จะเดินเข้ามาจับคางคนที่อ่อนแรงบอบช้ำให้เชิดขึ้นมาอย่างสะใจ

คนอย่างแกน่ะ..มีแค่นี้แหละ ประโยชน์อย่างอื่นไม่มีเลย แกไม่มีทางออกไปจากท่อน้ำใต้ดินแห่งนี้ไปใช้ชีวิตข้างนอกได้หรอกน่า

นางาเสะเลื่อนฝ่ามือมาลูบไล้บริเวณกระดุมเสื้อด้านบนก่อนที่จะกระชากมันให้ขาดจากกัน เผยอวดผิวนวลเนียนและรอยสักอัปลักษณ์นั่น...

สงสัยแค่โดนสักอย่างเดียวคงยังไม่เข้าใจ...ใช่...แกมันโง่มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่ อย่าคิดจะบีบให้ชั้นปล่อยแกกลับไปอยู่กับพ่อแม่...จะสอนให้รู้ว่า แกไม่มีทางที่จะหนีไปจากชั้นได้ชั่วชีวิตหรอก ฮ่ะ..ฮ่ะ..ฮ่า...

แท่งแก้วใสที่บรรจุด้วยของเหลวอะไรสักอย่างถูกยกขึ้นจากมือหยาบกร้านพร้อมกับออกแรงเพียงเล็กน้อยกดปลายด้านหนึ่งให้ของเหลวนั้นถูกดันแทรกตัวผ่านเข้าไปยังโลหะปลายแหลม...ผ่านรูเล็กๆ นั้นแล้วก่อตัวเป็นหยดน้ำที่ปลายเข็ม...แสงของโลหะสะท้อนออกมาชวนให้หวาดกลัว...หัวไหล่ที่เปลือยเปล่าและลำแขนของร่างบางถูกจับล็อคไว้ด้วยมือสกปรก...ได้เวลาสนุกกันต่ออีกแล้ว...ซึบาสะ...อย่าทำหน้าไร้อารมณ์ความรู้สึกแบบนั้นสิ...เรากำลังจะสนุกด้วยกันไม่ใช่เหรอ...

เสียงดนตรีจากกล่องเพลงกำลังก้องและกังวานอยู่หัว...นั่นมัน...ทำนองเพลงที่เปิดในสวนสนุกเป็นประจำนี่!...

.

ซึบาสะหายหน้าหายตาไปกว่า 2 สัปดาห์แล้ว...

แกร่ก...แกร่ก...

ผมกำลังจะเดินเข้าบ้านไปอย่างหมดสิ้นแรง...ทั้งกาย...และใจ

แอ๊ดดด... ภาพตรงหน้าผม...

ซึบาสะ!?

ซึบาสะที่แสนคิดถึงกำลังอยู่ตรงหน้าผม นั่งอยู่ที่ขอบหน้าต่างหนาที่เคยวางกล่องเพลงไว้ แต่บัดนี้กล่องนั้นกลับมาอยู่ในมือของร่างบางที่ยังก้มหน้าก้มตาเล่นมันอยู่...

นายไม่ติดต่อมาตั้ง 2 สัปดาห์! รู้มั๊ยว่าเป็นห่วงขนาดไหน! ผมอดที่จะขึ้นเสียงโมโหคนตรงหน้าไม่ได้ ทำไมล่ะซึบาสะ! เงยหน้าขึ้นมาคุยกับฉันสิ

คิดถึงความรู้สึกของคนที่เป็นห่วงบ้างสิ ไปที่ร้านนั้นกี่ครั้งกี่หนก็บอกว่านายลาออกไปแล้ว ซึบาสะ! ผมเอื้อมมือเข้าไปจับหัวไหล่บางอย่างรวดเร็วจนกล่องเพลงในมือสวยตกลงพื้น...เสียงดนตรีดังขึ้นมาเรื่อยๆ บทเพลงช้า...แสนเศร้า...จนผมอดไม่ได้ที่จะเข้าไปสวมกอดร่างตรงหน้าให้เข้ามาอยู่ในอ้อมอก อยากจะให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาบ้าง...

เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ขอแค่นายกลับมาก็พอแล้ว...ซึบาสะ ใบหน้าหล่อคมกดลึกแนบฝังเข้าไปที่ซอกคอหอมหวานของคนในอ้อมกอด ในขณะที่แขนของร่างบางก็โอบรัดตอบคนที่แสนห่วงเช่นเดียวกัน

ชั้นเองก็เหมือนกันทากิซาว่า เวลานี้ชั้นรักนาย...รักยิ่งกว่าใครๆ เลย น้ำตาเริ่มคลอที่ขอบตาช้ำ...นั่นทำให้การกลั้นสะอื้นเป็นไปยาก แรงสั่นไหวทำให้อีกฝ่ายแปลกใจจนต้องเลื่อนมือขึ้นกอบกุมดวงหน้าหวานให้เงยขึ้นสบตากับตน ความเป็นห่วงยิ่งทวีความรุนแรง...ยิ่งเห็นรอยช้ำบนใบหน้าหวานที่รู้ว่ามันเคยเนียนนุ่มเพียงใด ก็ยิ่งเจ็บลึกลงในก้อนเนื้ออกด้านซ้ายมากขึ้นเท่านั้น

ซึบาสะ! เป็นอะไรไป หน้าของนาย...!? ถูกรังแกมาเรอะ เสียงที่ฟังดูตื่นๆ สายตาที่ยังจดจ้องร่องรอยบนหน้าสวย..พาลให้ต้องหลบสายตา น้ำตาหยุดไหลแล้ว...ไม่จำเป็นแล้ว...

เรื่องนี้...ไม่จำเป็นต้องรู้ เพราะมันไม่เกี่ยวกับนาย!

มือสวยกำลังคว้าบางสิ่งออกมาจากทางด้านหลัง ก่อนจะยกมันขึ้นเล็งไปที่คนข้างหน้าด้วยแววตาหวาดหวั่น หากแต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับแข็งกร้าว นิ่งจนน่ากลัว

ลาก่อน...ทากิซาว่า ชั้นสนุกมากกับเกมส์คนรัก...ชั้นจะไปจากที่นี่...ไปหาพี่ชาย

จดหมายถูกยกขึ้นมาเหมือนจะบอกอะไรบางอย่างจากร่างบาง รอยยิ้มค่อยๆ คลี่ออกมาที่ละนิด...ทีละนิด

หาพี่ชายเจอแล้ว...เขาเขียนจดหมายมาให้ชั้นไปอยู่ด้วย...พี่ชายอยู่นิวยอร์คและตามหาตัวชั้นมาตลอด เพราะฉะนั้นชั้นจะไป นายช่วยให้ชั้นพ้นไปจากนางาเสะไม่ได้!...ความจริงชั้นเคยชวนคนอื่นๆ ก่อนหน้านายมาตั้งหลายคน แต่ทุกคนถูกกำจัดหมด...อย่างน้อย...นายจะต้องตายด้วยน้ำมือของชั้น...ชั้นไม่ต้องการนายอีกแล้ว!

ตอนนี้...สายตาของผมเป็นแบบไหนกันนะ ผมมองคนที่ผมรักด้วยสายตาแบบไหนกัน...

ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว...

ไม่ต้องการนายอีกแล้ว ทากิซาว่า...

ไม่มีลูกโป่งสำหรับนาย...

สายตาที่ปราศจากความรู้สึกจากคนตรงหน้า

อย่า!...อย่านะ!...อย่าจ้องมองผมด้วยสายตาแบบนี้!!!

อาการคลุ้มคลั่งเริ่มกลับมาจู่โจมอีกครั้ง...มือที่เคยว่างเปล่ากลับคว้าได้บางสิ่ง สมองชักจะมึนตึงเห็นแค่เพียงภาพในอดีต...เสียงที่ลอยเข้ามารบกวนในสมอง...นี่ฮิเดะ...ชั้นเป็นของนายคนเดียวนะ

วินาทีนี้ทุกอย่างกำลังจะจบสิ้น ผมไม่รู้สึกอีกเลยจนกระทั่งกายของเราทั้งสองแนบชิดกัน เลือดสีสดเริ่มไหลรินออกจากปลายมีดที่ผมกดฝังมันเข้าไปในร่างสวยตรงหน้า...ปืนถูกปล่อยหลุดจากมือเรียวอย่างง่ายดาย ก่อนที่จะเกาะขยุ้มลงบนเนื้อผ้านุ่มในตำแหน่งเดียวกับ หัวใจ ของผม...อีกข้าง...ค่อยๆ เลื่อนมาโน้มต้นคอผมลงมาให้ริมฝีปากแดงประทับลงแผ่วเบา