2006/Mar/02

Eternity of Blue Moon

- Chapter II

ในบางคราที่ฝันเห็น...เด็กผู้ชายตัวเล็กๆคนหนึ่งเดินอย่างไร้จุดหมาย ท่ามกลางต้นหญ้าสีเหลืองอร่ามที่สูงท่วมเข่า...ในทุ่งหญ้านั้นมองเหมือนทะเลหญ้าสีทอง เด็กชายเดินหน้าต่อไป แม้จะเดินอย่างไรก็ไม่สุดทุ่งสักที แล้วจู่ๆเด็กชายก็เริ่มรู้ตัวว่าไม่อาจหยุดเดินได้ สายลมพัดผ่านร่างเด็กชายที่ยืนอยู่ และเมื่อหันไปมองเบื้องหลัง...ก็เห็นทะเลสีทองอร่ามกว้างสุดลูกหูลูกตา สายลมพัดหญ้าพลิ้วไหวราวระลอกคลื่น...มันเป็นทะเลสีทองที่สุกสว่าง ก่อนที่ความมืดมิดจะมาเยือนพร้อมร่างๆหนึ่ง สายลมพัดโชยหอบกลิ่นคาวของบางสิ่งมาปะทะจมูก อาการเจ็บแปรบบนต้นคอ ของเหลวข้นคลั่กที่ไหลออกจากปากแผลสะท้อนประกายเป็นสีแดงสด หยดเปื้อนไหลย้อยลงมาจากลำคอ ลมหายใจแผ่วๆ รู้สึกได้ยินเสียงตัวเองครางออกมาเบาๆ...

ช่วย...ด้วย...ฮือ...หนาว... เสียงที่หูได้ยินแทบจะจับความหมายไม่ได้ น้ำตาเอ่อไหลออกมาอีกครั้ง มันเจ็บแปรบไปทั้งร่างกายและจิตใจ ถึงจะเข้าใจสถานะของตัวเองดี ความรู้สึกเจ็บแปรบค่อยๆลอยห่างจากห้วงความรู้สึก จางหายไปช้าๆ ทุกอย่างเริ่มมืดลง ร่างเด็กน้อยกำลังจมดิ่งสู่เบื้องล่าง...

เสียง วิ๊ง...วิ๊ง ดังก้องอยู่ในโสตประสาท พร้อมกับอาการปวดจี๊ดขึ้นสมองกำลังกำเริบขึ้นเฉียบพลัน ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาหอบหายใจถี่แรงจนต้องเอามือกุมหัวใจไว้ เหงื่อเริ่มไหลย้อยเป็นทาง ความคิดสับสน

ใช่แล้วครับ! นี่แหละอาการที่ผมมักเจอบ่อยๆ อาการที่ทำให้ผมเป็นโรคหวาดกลัว ผมยังจำเหตุการณ์เหล่านั้นได้ดี ถึงแม้จะจำไม่ได้หมดทุกฉากทุกตอน แต่มันก็เป็นเหมือนก้อนเนื้อร้ายที่มาทำลายสมองของผม ก้อนเนื้อที่คอยกระตุ้นให้ผมแทบจะประสาทเสียไปกับมัน ความรู้สึกถึงของเหลวสีแดงข้นนั้นยังคงติดค้างอยู่ในความทรงจำไม่จาง กลิ่นคาวของมันยังจำได้ไม่มีวันลืมเช่นเดียวกับเหตุการณ์ครั้งนั้น ผมเกลียดมัน!!!

มีใครบางคนกำลังเดินเข้ามา ก่อนที่คนที่อยู่ข้างตัวผมจะรีบถอยห่างออกไป ตอนนั้นผมได้ยินเพียงเสียงทุ้มๆพูดเรียกสติผมก่อนที่มันจะดับวูบ เสียงบางอย่างดังขึ้นใกล้ๆตัวพร้อมกับของเหลวสีแดงที่ค่อยๆไหลซึมออกมาช้าๆก่อนที่จะผุดขึ้นมาเป็นหยดไหลย้อยลงเป็นทางตามลำแขนขาว แล้วค่อยๆบรรจงวางข้อมือแตะริมฝีปากของผม ให้ผมดูดเลียของเหลวข้นนั้นกลืนลงสู่คอทดแทนส่วนที่กำลังลำเลียงไหลรินออกจากลำคอของผม หากนี่เป็นในเวลาปกติแล้วผมคงไม่มีทางทำอย่างนี้เป็นแน่ แต่แสงสว่างเพียงเล็กน้อยนี้เป็นใครก็ต้องไขว่คว้าไว้ตามที่คนๆนั้นบอก มันเป็นความจำเป็นเพื่อให้เสี้ยวชีวิตที่ยังพอมีลมหายใจนี้ยังดำรงอยู่ได้ การแลกเปลี่ยนแบบนี้อาจช่วยทดแทนส่วนที่เสียไปได้บ้าง แต่นั่น! ใครจะรู้ล่ะ ในเมื่อตอนนั้นความคิดของผมแทบจะดับวูบอยู่แล้ว

ผมมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่อยู่ในห้องสีขาว กลิ่นแอมโมเนียลอยคลุ้งสมกับที่เป็นโรงพยาบาลจริงๆ จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ผมแทบไม่เป็นตัวของตัวเอง จนมาเจอคาเมะนั่นแหละ เพื่อนคนสำคัญคนแรกของผม หลังจากเหตุการณ์เกี่ยวกับบ้านหลังนั้น ทำให้ผมสนิทกับคาเมะขึ้นไปอีก เรียกได้ว่าสามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่องก็ว่าได้เลยนะ บางทีมันออกจะสนิทมากเกินไปหรือเปล่าน้า ก็เรื่องน่าอายบางเรื่องยังทำพร้อมๆกันเลย เอ๊ะ! คุณคิดอะไรอยู่เหรอ อย่าคิดลึกสิ เรื่องน่าอายช่วงนี้ของผมที่ทำพร้อมกับเต่าน้อย มันก็แค่เรื่อง....

อ๊ากกกก....ไม่ไหวแล้ว เต่าอยากบ้า!! นั่นงัย ไม่ทันไรต้นเสียงก็นำขึ้นมาก่อนเลยแฮะ

ใจเย็นๆสิ คาเมะ...แค่นี้เอง ทำเป็นทนไม่ไหวไปได้ ไม่มีความอดทนเลยนะ

แหม...ก็ใครจะไปเหมือนซึบะจังได้ล่ะ ออกจะเก่งเรื่องพวกนี้นี่นา.. แน่ะ! หันมายิ้มกวนอีกนะ

น่า...คิดว่าฝึกความอดทนแล้วกัน คาเมะจังก็ทำเร็วๆสิ จะได้รีบๆเสร็จงัย เย็นมากแล้วนะ

ซึบะจังก็ช่วยเค้าหน่อยสิ ปล่อยให้ช่วยตัวเองอยู่ได้ แล้วเมื่อไหร่จะเสร็จล่ะ

คาเมะตัวน้อยๆขาวๆก็เกิดอาการเหงื่อตก หายใจหอบถี่ ขนลุกซู่ แถมทำท่าทางจะอาเจียนซะให้ได้ นี่ถ้าคนอื่นมาเห็น เค้าจะหาว่าผมทำอะไรเพื่อนรักมั๊ยเนี๊ย เอ๊ะ!รึผมควรจะช่วยมันดี

ซึบะจังนี่ก็ไม่รู้ว่าจะว่างัยดีนะ เลิกทำสายตาอย่างนั้นมาที่เต่าตัวนี้ซะทีสิ เห็นแล้วเต่ายิ่งขนลุกเข้าไปอีก ใช่แล้วครับ! ตอนนี้เรากำลังทำอะไรอยู่เหรอ แหะ..แหะ..ไม่บอกหรอก คุณจะอยากรู้เรื่องของพวกเราไปทำไมกัน โอ๊ะ! พูดแรงไปเหรอ อ่า...ผมขอโทษแล้วกันน้า เฉลยก็ได้ครับ...

ช่วงนี้ผมกับซึบะจังกำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือเตรียมสอบกันอยู่ครับ บอกว่าอ่านหนังสืออยู่งัย...เอ๊ะ! ทำไมไม่เชื่อกันบ้างนะ สงสัยไอ้อาการของผมเหรอ? ก็แค่เหงื่อตก หอบหายใจถี่ ขนลุกซู่ แถมจะอาเจียนนั่นใช่มั๊ย แค่นี้เองจะสงสัยกันทำไม? ไม่ต้องห่วงสุขภาพของผมมากขนาดนั้นก็ได้คร๊าบบบบบ...ซึบะจังไม่ทำอะไรผมหรอก ถ้าเป็นผมล่ะก็...ไม่แน่! เผลอพูดอะไรออกไปนะเรา อิ..อิ..ไม่กวนแล้ว ไอ้อาการเหงื่อตก หอบหายใจ มันก็แค่ความบ้าของผมเองแหละ ไม่อยากจะบอกเลย อายนะครับ ก็คนมันอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องนี่นา เลยพาลหาเรื่องอาละวาดฟาดหัวฟาดหางซักหน่อยให้หายเบื่อเองอ่ะ ส่วนอาการที่เหลือน่ะเหรอ...อย่าคิดว่าผมท้องนะ ผมยังเป็นผู้ชายอยู่นะครับ มันก็แค่อาการเครียดลงกระเพาะหลังจากอ่านไอ้ตำราเล่มโตๆแล้วรู้สึกกลัวมันอ่ะ อย่าให้ผมพูดเลย แค่เหลือบไปเห็นมันทีไร ขนลุกทุกทีเลยแฮะ ไม่ไหว!ไม่ไหว!

ที่ต้องมาบ้าอ่านหนังสืออย่างนี้น่ะเหรอครับ ก็แค่เผลองีบหลับตอนสอบเอง ใครๆก็เป็นได้ใช่มั๊ยล่ะ ไม่น่าเลยเรา ฮือ...ส่วนซึบาสะน่ะเหรอ เห็นเก่งๆอย่างนี้ก็เอ๋อซะไม่มี ก็เรื่องนั้นงัยล่ะ เรื่องที่ซึบะจังเผลอหลับเพลินไปหลายวัน (เหมือนๆกับผมนั่นแหละ แต่นานกว่า ผมชนะ!!) ช่วงที่ฝันถึงบ้านหลังนั้นงัยล่ะครับ เล่นหลับลืมสอบเลย -_- ซึ้งน้ำใจเพื่อนจัง >//< ...กะสอบเป็นเพื่อนผมใช่มั๊ย ซึบาสะ!!

วันพรุ่งนี้ไปอ่านหนังสือที่หอสมุดกันเถอะ เผื่อจะมีสมาธิขึ้น นะ..นะ..ซึบะจางงงงง...

ก็เอาสิ ถ้าคิดว่ามันช่วยอะไรนายได้นะ เห็นไปทีไร...ไม่แอบหลับก็ไปหยิบหนังสืออื่นมาอ่านทุกที

แหม...แค่พักสายตาเข้าสลีปโหมดเอง พร้อมสแตนด์บายอยู่แล้วน่า ทำเป็นรู้ใจกันได้นะ

ไปก็ไป อย่ามาอ้อนแถวนี้ ไม่อยากเห็นเต่ากลายพันธุ์อ่ะ ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า! หน้าขาวๆของเพื่อนรักหงิกลงทันทีเลยแฮะ แถมทำแก้มป่องงอนอีกตังหาก แค่ล้อเล่นหน่อยเดียวเองน้า...

โถๆ..อย่างอนไปเลยน่า คาเมะ..เดี๋ยวกลายพันธุ์เป็นปลาทองจริงๆนะ จะหาว่าไม่เตือน แน่ะ!..ยิ