2006/Mar/02

Eternity of Blue Moon

- Chapter II

ในบางคราที่ฝันเห็น...เด็กผู้ชายตัวเล็กๆคนหนึ่งเดินอย่างไร้จุดหมาย ท่ามกลางต้นหญ้าสีเหลืองอร่ามที่สูงท่วมเข่า...ในทุ่งหญ้านั้นมองเหมือนทะเลหญ้าสีทอง เด็กชายเดินหน้าต่อไป แม้จะเดินอย่างไรก็ไม่สุดทุ่งสักที แล้วจู่ๆเด็กชายก็เริ่มรู้ตัวว่าไม่อาจหยุดเดินได้ สายลมพัดผ่านร่างเด็กชายที่ยืนอยู่ และเมื่อหันไปมองเบื้องหลัง...ก็เห็นทะเลสีทองอร่ามกว้างสุดลูกหูลูกตา สายลมพัดหญ้าพลิ้วไหวราวระลอกคลื่น...มันเป็นทะเลสีทองที่สุกสว่าง ก่อนที่ความมืดมิดจะมาเยือนพร้อมร่างๆหนึ่ง สายลมพัดโชยหอบกลิ่นคาวของบางสิ่งมาปะทะจมูก อาการเจ็บแปรบบนต้นคอ ของเหลวข้นคลั่กที่ไหลออกจากปากแผลสะท้อนประกายเป็นสีแดงสด หยดเปื้อนไหลย้อยลงมาจากลำคอ ลมหายใจแผ่วๆ รู้สึกได้ยินเสียงตัวเองครางออกมาเบาๆ...

ช่วย...ด้วย...ฮือ...หนาว... เสียงที่หูได้ยินแทบจะจับความหมายไม่ได้ น้ำตาเอ่อไหลออกมาอีกครั้ง มันเจ็บแปรบไปทั้งร่างกายและจิตใจ ถึงจะเข้าใจสถานะของตัวเองดี ความรู้สึกเจ็บแปรบค่อยๆลอยห่างจากห้วงความรู้สึก จางหายไปช้าๆ ทุกอย่างเริ่มมืดลง ร่างเด็กน้อยกำลังจมดิ่งสู่เบื้องล่าง...

เสียง วิ๊ง...วิ๊ง ดังก้องอยู่ในโสตประสาท พร้อมกับอาการปวดจี๊ดขึ้นสมองกำลังกำเริบขึ้นเฉียบพลัน ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาหอบหายใจถี่แรงจนต้องเอามือกุมหัวใจไว้ เหงื่อเริ่มไหลย้อยเป็นทาง ความคิดสับสน

ใช่แล้วครับ! นี่แหละอาการที่ผมมักเจอบ่อยๆ อาการที่ทำให้ผมเป็นโรคหวาดกลัว ผมยังจำเหตุการณ์เหล่านั้นได้ดี ถึงแม้จะจำไม่ได้หมดทุกฉากทุกตอน แต่มันก็เป็นเหมือนก้อนเนื้อร้ายที่มาทำลายสมองของผม ก้อนเนื้อที่คอยกระตุ้นให้ผมแทบจะประสาทเสียไปกับมัน ความรู้สึกถึงของเหลวสีแดงข้นนั้นยังคงติดค้างอยู่ในความทรงจำไม่จาง กลิ่นคาวของมันยังจำได้ไม่มีวันลืมเช่นเดียวกับเหตุการณ์ครั้งนั้น ผมเกลียดมัน!!!

มีใครบางคนกำลังเดินเข้ามา ก่อนที่คนที่อยู่ข้างตัวผมจะรีบถอยห่างออกไป ตอนนั้นผมได้ยินเพียงเสียงทุ้มๆพูดเรียกสติผมก่อนที่มันจะดับวูบ เสียงบางอย่างดังขึ้นใกล้ๆตัวพร้อมกับของเหลวสีแดงที่ค่อยๆไหลซึมออกมาช้าๆก่อนที่จะผุดขึ้นมาเป็นหยดไหลย้อยลงเป็นทางตามลำแขนขาว แล้วค่อยๆบรรจงวางข้อมือแตะริมฝีปากของผม ให้ผมดูดเลียของเหลวข้นนั้นกลืนลงสู่คอทดแทนส่วนที่กำลังลำเลียงไหลรินออกจากลำคอของผม หากนี่เป็นในเวลาปกติแล้วผมคงไม่มีทางทำอย่างนี้เป็นแน่ แต่แสงสว่างเพียงเล็กน้อยนี้เป็นใครก็ต้องไขว่คว้าไว้ตามที่คนๆนั้นบอก มันเป็นความจำเป็นเพื่อให้เสี้ยวชีวิตที่ยังพอมีลมหายใจนี้ยังดำรงอยู่ได้ การแลกเปลี่ยนแบบนี้อาจช่วยทดแทนส่วนที่เสียไปได้บ้าง แต่นั่น! ใครจะรู้ล่ะ ในเมื่อตอนนั้นความคิดของผมแทบจะดับวูบอยู่แล้ว

ผมมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่อยู่ในห้องสีขาว กลิ่นแอมโมเนียลอยคลุ้งสมกับที่เป็นโรงพยาบาลจริงๆ จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ผมแทบไม่เป็นตัวของตัวเอง จนมาเจอคาเมะนั่นแหละ เพื่อนคนสำคัญคนแรกของผม หลังจากเหตุการณ์เกี่ยวกับบ้านหลังนั้น ทำให้ผมสนิทกับคาเมะขึ้นไปอีก เรียกได้ว่าสามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่องก็ว่าได้เลยนะ บางทีมันออกจะสนิทมากเกินไปหรือเปล่าน้า ก็เรื่องน่าอายบางเรื่องยังทำพร้อมๆกันเลย เอ๊ะ! คุณคิดอะไรอยู่เหรอ อย่าคิดลึกสิ เรื่องน่าอายช่วงนี้ของผมที่ทำพร้อมกับเต่าน้อย มันก็แค่เรื่อง....

อ๊ากกกก....ไม่ไหวแล้ว เต่าอยากบ้า!! นั่นงัย ไม่ทันไรต้นเสียงก็นำขึ้นมาก่อนเลยแฮะ

ใจเย็นๆสิ คาเมะ...แค่นี้เอง ทำเป็นทนไม่ไหวไปได้ ไม่มีความอดทนเลยนะ

แหม...ก็ใครจะไปเหมือนซึบะจังได้ล่ะ ออกจะเก่งเรื่องพวกนี้นี่นา.. แน่ะ! หันมายิ้มกวนอีกนะ

น่า...คิดว่าฝึกความอดทนแล้วกัน คาเมะจังก็ทำเร็วๆสิ จะได้รีบๆเสร็จงัย เย็นมากแล้วนะ

ซึบะจังก็ช่วยเค้าหน่อยสิ ปล่อยให้ช่วยตัวเองอยู่ได้ แล้วเมื่อไหร่จะเสร็จล่ะ

คาเมะตัวน้อยๆขาวๆก็เกิดอาการเหงื่อตก หายใจหอบถี่ ขนลุกซู่ แถมทำท่าทางจะอาเจียนซะให้ได้ นี่ถ้าคนอื่นมาเห็น เค้าจะหาว่าผมทำอะไรเพื่อนรักมั๊ยเนี๊ย เอ๊ะ!รึผมควรจะช่วยมันดี

ซึบะจังนี่ก็ไม่รู้ว่าจะว่างัยดีนะ เลิกทำสายตาอย่างนั้นมาที่เต่าตัวนี้ซะทีสิ เห็นแล้วเต่ายิ่งขนลุกเข้าไปอีก ใช่แล้วครับ! ตอนนี้เรากำลังทำอะไรอยู่เหรอ แหะ..แหะ..ไม่บอกหรอก คุณจะอยากรู้เรื่องของพวกเราไปทำไมกัน โอ๊ะ! พูดแรงไปเหรอ อ่า...ผมขอโทษแล้วกันน้า เฉลยก็ได้ครับ...

ช่วงนี้ผมกับซึบะจังกำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือเตรียมสอบกันอยู่ครับ บอกว่าอ่านหนังสืออยู่งัย...เอ๊ะ! ทำไมไม่เชื่อกันบ้างนะ สงสัยไอ้อาการของผมเหรอ? ก็แค่เหงื่อตก หอบหายใจถี่ ขนลุกซู่ แถมจะอาเจียนนั่นใช่มั๊ย แค่นี้เองจะสงสัยกันทำไม? ไม่ต้องห่วงสุขภาพของผมมากขนาดนั้นก็ได้คร๊าบบบบบ...ซึบะจังไม่ทำอะไรผมหรอก ถ้าเป็นผมล่ะก็...ไม่แน่! เผลอพูดอะไรออกไปนะเรา อิ..อิ..ไม่กวนแล้ว ไอ้อาการเหงื่อตก หอบหายใจ มันก็แค่ความบ้าของผมเองแหละ ไม่อยากจะบอกเลย อายนะครับ ก็คนมันอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องนี่นา เลยพาลหาเรื่องอาละวาดฟาดหัวฟาดหางซักหน่อยให้หายเบื่อเองอ่ะ ส่วนอาการที่เหลือน่ะเหรอ...อย่าคิดว่าผมท้องนะ ผมยังเป็นผู้ชายอยู่นะครับ มันก็แค่อาการเครียดลงกระเพาะหลังจากอ่านไอ้ตำราเล่มโตๆแล้วรู้สึกกลัวมันอ่ะ อย่าให้ผมพูดเลย แค่เหลือบไปเห็นมันทีไร ขนลุกทุกทีเลยแฮะ ไม่ไหว!ไม่ไหว!

ที่ต้องมาบ้าอ่านหนังสืออย่างนี้น่ะเหรอครับ ก็แค่เผลองีบหลับตอนสอบเอง ใครๆก็เป็นได้ใช่มั๊ยล่ะ ไม่น่าเลยเรา ฮือ...ส่วนซึบาสะน่ะเหรอ เห็นเก่งๆอย่างนี้ก็เอ๋อซะไม่มี ก็เรื่องนั้นงัยล่ะ เรื่องที่ซึบะจังเผลอหลับเพลินไปหลายวัน (เหมือนๆกับผมนั่นแหละ แต่นานกว่า ผมชนะ!!) ช่วงที่ฝันถึงบ้านหลังนั้นงัยล่ะครับ เล่นหลับลืมสอบเลย -_- ซึ้งน้ำใจเพื่อนจัง >//< ...กะสอบเป็นเพื่อนผมใช่มั๊ย ซึบาสะ!!

วันพรุ่งนี้ไปอ่านหนังสือที่หอสมุดกันเถอะ เผื่อจะมีสมาธิขึ้น นะ..นะ..ซึบะจางงงงง...

ก็เอาสิ ถ้าคิดว่ามันช่วยอะไรนายได้นะ เห็นไปทีไร...ไม่แอบหลับก็ไปหยิบหนังสืออื่นมาอ่านทุกที

แหม...แค่พักสายตาเข้าสลีปโหมดเอง พร้อมสแตนด์บายอยู่แล้วน่า ทำเป็นรู้ใจกันได้นะ

ไปก็ไป อย่ามาอ้อนแถวนี้ ไม่อยากเห็นเต่ากลายพันธุ์อ่ะ ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า! หน้าขาวๆของเพื่อนรักหงิกลงทันทีเลยแฮะ แถมทำแก้มป่องงอนอีกตังหาก แค่ล้อเล่นหน่อยเดียวเองน้า...

โถๆ..อย่างอนไปเลยน่า คาเมะ..เดี๋ยวกลายพันธุ์เป็นปลาทองจริงๆนะ จะหาว่าไม่เตือน แน่ะ!..ยิ่งแก้มป่องหนักเข้าไปอีก แถมหันหน้าหนีเสียงหัวเราะของเพื่อนรักอีกตังหาก ไม่ล้อละ!...

ดีกันน้า...ไม่ล้อแล้ว น้า..น้า ว่าแล้วก็พลางส่งนิ้วก้อยขอเกี่ยวคืนดีกัน แถมรอยยิ้มสวยๆกับตาโตๆกระพริบถี่ๆให้อีกหนึ่งที น่าร๊ากกกก...มากไปแล้วน้า

ก็ได้... แก้มป่องๆก็ยุบลงกลายเป็นรอยยิ้มบาดใจขึ้นมาแทนพลางเกี่ยวนิ้วก้อยของอีกฝ่าย

งั้นสอบเสร็จแล้ว เราไปฉลองกันน้า ใกล้ถึงวันเกิดซึบาสะแล้วด้วยนี่เนอะ

อืม...ลืมไปเลยนะเนี๊ย

อย่าบอกนะว่านายลืมวันเกิดตัวเองอ่ะ? คาเมะกระพริบตามองอย่างงงๆ อะไรจะเอ๋อได้ใจเมะอย่างงี้นะ

งั้นเดี๋ยวเราจัดการเอง สนุกแน่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เริ่มโผล่ออกมาอีกแล้ว

ฝากด้วยนะครับ ไม่อยากจะรับคำเลย แต่เอาเถอะ..คงได้สนุกแน่ๆตามคำของคาเมะ

...

..

.

พอวันรุ่งขึ้น เราก็ไปห้องสมุดกัน ต้องรีบอ่านหนังสือนี่นะ ตัวผมน่ะไม่เท่าไหร่หรอก ก็คนมันเก่งอยู่แล้วไม่ได้โม้ ฮ่า..ฮ่า..สงสัยอยู่กับคาเมะมากไป นิสัยเลยเริ่มเพี้ยนตาม ตกลงมันดีรึไม่ดีกันแน่นะเนี๊ย รู้สึกว่าสีสันที่ผมคิดว่ามันหายไปนั้น ผมคงคิดผิด พอมาอยู่กับคาเมะแล้วมันกลับกลายเป็นว่าสีสันมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้มันจะกลายเป็นสีเน่าไปแล้วน่ะสิ ถึงได้เริ่มเพี้ยนๆ บ้าๆ บอๆ ตามแม่สีแบบนั้น

อืม...คาเมะ ผมว่าผมสอนให้ดีกว่ามั๊ย จะได้เร็วขึ้นงัย

จริงเหรอ ก็ดีสิ สอนเลยๆ คาเมะตาเป็นประกายก่อนยื่นหนังสือที่กำลังอ่านมาให้ผมดู

ทำไมวันนี้ซึบาสะใจดีจังน้า...อยากได้อะไรเหรอ พูดพลางนั่งเท้าแขนดูผมไปพลาง

ก็แค่...

ก็แค่...ไม่อยากเห็นเพื่อนโง่มั๊ง

ผมบอกออกไปก็เจอกำปั้นสวนกลับมาเบาๆ ทันใจเลยแฮะ ทำไมเต่าพันธุ์นี้ถึงได้ขี้งอนจังเลยน้า รึว่าช่วงนี้ผมอารมณ์ดีเกินไป คาเมะเลยกลายเป็นผู้รับกรรมอ่ะ?

จากนั้นผมจึงเริ่มสอนคาเมะจนเกือบเย็น ดูคาเมะตั้งใจดี ทำให้ผมยิ่งสนุกกับการสอนจนเวลาล่วงไปขนาดนี้ ผมจึงปล่อยให้คาเมะลองทำแบบฝึกหัดไปเงียบๆ ส่วนตัวผมก็เดินหาหนังสือมาอ่านเล่นระหว่างรอเพื่อน

จนมาสะดุดกับร่างๆหนึ่งที่นั่งหลับอยู่ริมหน้าต่าง แสงสีทองของดวงอาทิตย์ยามอัสดงที่ส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างมานั้นสะท้อนกับเส้นผมสีน้ำตาลทองยิ่งขับให้ดูสว่างขึ้นไปอีก ร่างขาวนั้นก็ยิ่งดูขาวราวกับไม่เคยต้องแสงมาก่อน ใบหน้าคมหล่อยิ่งทำให้ภาพที่เห็นราวกับหลุดมาจากอีกมิติหนึ่ง บรรยากาศเงียบๆรอบข้างทำให้ผมไม่กล้าที่จะก้าวเท้าต่อ กลัวว่าภาพตรงหน้าจะเลือนหายไป ผมหยุดมองภาพตรงหน้าอยู่นานจนร่างสูงเริ่มขยับตัว พร้อมกับเสียงทุ้มๆ ดังขึ้นในขณะที่ดวงตายังคงปิดอยู่

มองมาก...เดี๋ยวเก็บค่าดูนะครับ พูดพลางอมยิ้มแล้วค่อยๆลืมตาขึ้นทีละนิดๆ ก่อนจะหันมามองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญเช่นผม จนผมสะดุ้ง...เริ่มทำอะไรไม่ถูกจึงขอโทษแล้วรีบหันหลังกลับเดินออกจากมิติที่เผลอหลงเข้ามานั้น

อา...พรุ่งนี้แล้วสินะ ร่างสูงเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ปล่อยใจพาไปหาความหลังที่ยังจำได้ไม่มีวันเลือน ทำไมเขาถึงจำมันได้เพียงผู้เดียว มันแย่มากเลยนะที่อีกคนกลับจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้น่ะ แล้วเค้าต้องทำอย่างไรดี พรุ่งนี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขากำลังรอมาตลอด...นานแสนนานมาแล้วกำลังจะมาถึง แต่เวลานี้เขากลับรู้สึกว่าสิ่งที่เคยคิดว่ามันยาวนานนั้น มันไม่นานเลย มันใกล้เพียงนิดเดียว...อีกนิดเดียวเท่านั้น แล้วพรุ่งนี้จะเป็นวันที่สัญญาของเราสองคนจะมาบรรจบกันอีกครั้งหนึ่ง สัญญาที่ได้เคยมอบให้ไว้กับคนสวยตากลมโตพร้อมจุมพิตหวานๆ ที่เคยแนบประทับบนเรียวปากอิ่มนั้น ยังจำกันได้ไหม?...

ตอนนั้นยังจำกันได้ไหม?... ว่าสัมผัสนั้นลึกซึ้งเพียงใด

ตอนนั้นยังจำกันได้ไหม?... ว่าสัมผัสนั้นอ่อนโยนแค่ไหน

ตอนนั้นยังจำกันได้ไหม?... ว่าสัมผัสนั้นหวานลึกเพียงใด

ตอนนั้นยังจำกันได้ไหม?... ว่าสัมผัสนั้นติดตรึงใจตลอดมา

สัมผัสที่เหมือนจะบอกว่า เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป...

จะจำฝังลึกในจิตวิญญาณชั่วนิรันดร์...

-- หากแต่นิรันดร์นั้น...มีจริงหรือ? --

ภาพคนสวยกระจ่างขึ้นในใจ เหมือนเทปม้วนเก่าที่มันฉายซ้ำย้ำให้คิดถึง ดวงจันทร์กลมโตสุกสว่างที่เราทั้งสองนั่งมองด้วยกันที่ริมระเบียงอยู่เสมอยามเมื่อมันทอแสงนวลล่อลวงเราทั้งสองให้จับจ้อง ถึงดวงจันทร์จะสวยปานใด แม้จะจับจ้องหมายปองสักเท่าไร มันก็ยังเป็นดวงจันทร์ดวงเดิมที่เราได้แต่แหงนมองดูมันเท่านั้น และเมื่อค่ำคืนผ่านไป...ดวงจันทร์ก็จะเว้าแหว่งกลับกลายเป็นจันทร์เสี้ยวแล้วหายลับไปในคืนเดือนแรม ความมืดมิดที่มาเยือนนั้นมันจะต่างอะไรกับยามที่ดวงจันทร์ทอแสง? ในเมื่อจันทราก็ยังคงอยู่ ถึงแม้คนเราจะมองไม่เห็น หากแต่เฝ้ารอจนครบรอบข้างขึ้น จันทราก็จะเผยตัวอวดโฉมอีกครา แล้วคนเราจะรักมันได้มั๊ย? ทั้งข้างขึ้นและข้างแรมที่อำพลางตัวอยู่

คุณหนูคนสวยของผมก็คงเปรียบเสมือนดวงจันทราที่สุกสว่าง ส่วนตัวผมคงเหมือนจันทราในคืนเดือนแรม ที่จะค้นหาเท่าไร จะมองอย่างไรก็คงหาตัวตนไม่เจอ

พอผมบอกออกไปเช่นนี้ คุณหนูกลับหัวเราะแล้วพยายามบอกผม...

หากคุณหมอเป็นเหมือนจันทราในคืนเดือนแรมแล้วล่ะก็...

ความรักนั้น...เมื่อถูกเติมเต็มก็จะถึงคราวแหว่งเว้า

เฉกเช่นดวงจันทร์แรม 1 ค่ำ

คำพูดเหล่านั้นยังคงประทับอยู่ในจิตวิญญาณของผม ตอนนั้นผมยังไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเท่าไรว่าผมรู้สึกอย่างไรบ้างทั้งกับบ้านหลังนี้ และคุณหนูของผมคนนี้ คงปล่อยให้ความรู้สึกลอยไปตามสายลม ไม่ยื้อ ไม่คว้า แต่ปล่อยให้มันลอยอบอวลอยู่รอบๆตัวเราทั้งสอง เพลงที่เราร้องด้วยกันเสมอยังขับขานต่อไปด้วยเสียงทุ้มๆของผม และท่วงทำนองในใจของคนเคียงข้าง

Aoi tsuki ga hitori no kage nobashi , kimi no omokage deke terasu

kisetsu ga misetsukeru theory , ai wa kakeru kara utsukushii to
izayoi no tsuki , kagen ni kawariyuku tsuki wo kimi mo

..

.

เสียงเพลงคุ้นหูดังแผ่วเบามาตามสายลม เหมือนมันกำลังส่งความคิดคำนึงของใครบางคนผ่านสายลมมาโอบล้อมผม รู้สึกได้ถึงความเศร้าและความอบอุ่นที่แล่นผ่านเข้าสู่หัวใจ

พรุ่งนี้แล้วสินะ..เราก็จะอายุครบ 17 ปีแล้ว จะเป็นอย่างไรบ้างนะ ผมเหม่อมองดูดวงจันทร์จากริมหน้าต่างของห้องนอน ผมชอบที่จะนั่งมองดูท้องฟ้ายามราตรีเหมือนเช่นวันนี้ ดวงจันทร์ที่ใกล้จะกลมโตกำลังทอแสงอาบร่างผม พรุ่งนี้ดวงจันทร์ก็จะกลายเป็นจันทร์เต็มดวงแล้วสินะ

อืม...อยากรู้จังว่า คาเมะจะเตรียมอะไรไว้ให้ผม ชักอดใจรอถึงพรุ่งนี้ไม่ไหวแล้วสิ

ผมเดินกลับไปนอนบนเตียงนุ่มหลังจากมองดูดวงจันทร์ได้ซักพักนึง ในใจก็คิดถึงแต่เรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ต้องสนุกแน่ๆ ผมคิดไปอมยิ้มไป ก่อนที่เปลือกตาจะเริ่มหนักขึ้นแล้วค่อยๆหลับลงจมสู่นิทรา...

Comment

Comment:

Tweet


สนุกดีนะคะ จะเป็นกำลังใจให้คะ
#10 by อิง (61.19.108.178 /172.20.0.98, 61.19.108.178, 61.19.108.178) At 2007-02-13 19:12,
ดีเจ๊...เม้นก่อนเดี๋ยวมาอ่านเพราะตอนนี้หางานอยู่เเด๋ยวเพื่อนมานมาฉะเอา...อิอิ
#9 by tomatony (61.19.231.4 /61.19.231.4) At 2006-11-23 19:54,
อ่านมาหลายวันแล้วคือว่า ยังไม่เม้นท์
งั้นมาเม้นท์แล้วก็จะบอกว่าช่วยต่อหน่อยสิ
อยากอ่านต่อแล้วนะ มากดดันนะเนี้ยเฮอ เฮอ :]
#8 by tsuba:tsuba (61.47.115.176) At 2006-03-07 22:05,
เฮ้อ! ที่แท้ก้อท่องหนังสือ นึกว่า...(แกคิดไปถึงไหนแล้วห๊า..)
#7 by kaOru (61.91.135.102) At 2006-03-06 12:07,
เอ่อ.. ตอนที่ 1 ไม่ได้เม้นป่ะว๊า... รวบ เลยแล้วกัน อ่านแล้ว มันงงๆ แต่พอเข้าใจจ่ะ เพราะเรื่องมันย้อนไปย้อนมาแหะๆ

ตอนนี้ เริ่ม บางอ้อ... แล้วหน่อยนึง(เรอะ) ในปัจจุบัน ซึบะ จดจำเรื่องราวในอดีตชาติก่อนไม่ได้ ใช่มะ (แต่ก้อ ฝันถึงบ่อยๆ (ความเข้าใจ อิชั้น นะ เอิ้กๆ) มีแต่ทักกี้ เท่านั้น ที่ จำเรื่องราว ทุกอย่างได้
เริ่มแจ่มๆ แหะๆ
แต่ ซึบะ เวลา อยู่ก่าอีนู๋เมะ ไม สอง คนนี้ ช่างน่าร๊ากกกกกกก... จริงๆ ชอบๆ
อ่านทีแรกตกใจ นึกว่า สอง คนทำไรก๊านน..เอิ้กๆ ที่แท้ .. ท่องหนังสือ ... หึๆ
#6 by Zin (61.19.228.46) At 2006-03-04 01:40,
ขอหวานๆ ให้คู่นี้เค้าหน่อยเถอะนะ
พี่กี้เค้ายอมทำทุกอย่างเพื่อคนสวยอยู่แล้ว...จริงป่ะ (ทุกต้องนะครับ..กี้)
#5 by may (158.108.133.24) At 2006-03-03 14:48,
เริ่มรู้เรื่องแล้วหล่ะ แต่แอบใจหายว่าทำอะไรกัน...ที่แท้ก็ท่องหนังสือนะเอง 5555...คิดไปถึงโน่นแน่ะ...
#4 by fat_penquin (203.154.175.117) At 2006-03-03 08:58,
จะรออ่านนะ
#3 by Rey (203.156.27.222) At 2006-03-02 23:00,
ตอนที่ทำใจมาอ่านน่ะเพราะเห็นคนเขียนบอกว่าจะไมทำร้ายจิตใจคนอ่านเพราะเป็นบท Love Love ของ TXT แต่อ่านมาสามตอนยังมองไม่เห็นแวว Love Love เลย ถ้าหลอกกันหล่ะน่าดู ฮึมมมมมมมมมมมมม
#2 by Smile (203.172.34.227) At 2006-03-02 21:16,
++ ถ้าอายุครบ 17 แล้ว สงสัยจะกลายเป็นหมาป่าแน่เรยอ่าาาาาา
++ ((ขอตบปากตัวเองก่อนเหอะ))
- - - - -
++ คาเมะจัง .. แน่ใจนะว่าอ่านหนังสือเรียนน่ะ เหอะๆ
- - - - -
#1 by เพื่อกบ !! At 2006-03-02 17:57,