2006/Jun/02

Eternity of Blue Moon

- Chapter V -

แสงจันทร์ที่ตกกระทบทำให้บรรยากาศรอบข้างอบอวลไปด้วยกลิ่นไอของอะไรบางอย่าง หากแต่ตอนนี้ผมแทบจะไม่รับรู้อะไร นอกจากในคอที่แห้งผาก หิวกระหายอย่างรุนแรง ไอร้อนจากลมหายใจทำให้ผมอึดอัดยิ่งขึ้น ทุกอย่างมันเหมือนจะประทุออกมาจนผมทนไม่ไหว..พยายามพาร่างอันแสนหนักอึ้งของตัวเองไปที่ก๊อกน้ำสาธารณะรีบเปิดน้ำออกมาแล้วดื่มอย่างหิวกระหาย

ของเหลวที่ไหลผ่านลงสู่ลำคอ ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเลย ยิ่งดื่มมากเท่าไหร่ยิ่งทำให้ผมกระหายมากขึ้นเท่านั้น สิ่งที่ต้องการไม่ใช่สิ่งนี้ สิ่งที่จะดับกระหายในเวลานี้ได้นั้นไม่ใช่"น้ำ"

กลิ่นคาวบางอย่างโชยมาตามลม กลิ่นที่ผมเคยเกลียดสมัยเด็ก ๆใช่! ผมเกลียดมัน แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกว่ามันหอมหวาน ร่างกายของผมเหมือนจะเรียกหามัน สิ่งหอมหวานนั้น สิ่งที่ดับความหิวกระหายและความอึดอัดนี้ได้

สีแดง...สีแดงข้นของของเหลวรสฝาดที่แสนคุ้นเคย ของเหลวที่ครั้งหนึ่งเคยลิ้มลอง เหตุการณ์วันนั้นค่อย ๆ แทรกซึมผ่านเข้าสมอง แม้ไม่อยากจะจดจำมัน แต่ทำไมในเวลานี้กลับนึกถึงขึ้นมาได้นะ อา..ไม่ไหวแล้ว...สติผมมันไม่ทำงานแล้วนอกจากนำพาสัญชาตญาณดึงชักนำเท้าทั้งสองไปสู่แหล่งที่มาของกลิ่นหอมหวานนั้น สิ่งมีชีวิตแสนสวยที่อยู่ไม่ไกลจากผม

อา...อยากได้เหลือเกิน... ผมคิดขณะที่พยายามพาร่างที่อ่อนแรงนี้เข้าใกล้เป้าหมาย

อีกนิด...อีกนิดเดียว สองแขนผมกำลังจะเอื้อมไปคว้าด้านหลังของเป้าหมายนั้น...

ควับ!!

จู่ ๆ ผมก็รู้สึกถึงแรงดึงทางด้านหลัง เอวผมกำลังถูกใครบางคนคว้าไว้ก่อนที่จะดึงเข้าไปใกล้ แผ่นหลังของผมกำลังปะทะกับแผ่นอกของผู้บุกรุก กลิ่นของน้ำหอมลอยมาตามสายลมทำให้ผมนึกถึงใครบางคนที่เคยช่วยผมไว้ คางถูกเชยขึ้นให้รับสัมผัสแผ่วเบาจากริมฝีปากบาง นุ่มหยุ่น ไอชื้นจากเรียวลิ้นที่แตะลากวนที่ริมฝีปากอิ่มนั้นชักนำให้หัวใจสั่นไหวก่อนที่จะแทรกผ่านเข้าไปภายใน ดูดกลืนและดุนดันลิ้นของอีกฝ่ายให้ตอบสนองตาม

ความหอมหวานรัญจวนแทบทำให้บ้าคลั่ง มือเท้าสั่นจนต้องยึดชายเสื้ออีกฝ่าย ลมหายใจที่รินรดกันและกันทำให้ผมรู้สึกอบอุ่น รู้สึกว่าช่วงเวลานี้มันยาวนานจนแทบขาดลมหายใจเสียให้ได้ ความน่ากระหายของเหลวนั้นยังคงอยู่ หากแต่เบาบางลง แต่ความหิวกระหายในสัญชาตญาณนี้เล่าใยจึงเพิ่มขึ้นไม่รู้จักสิ้น ในสมองมึนงงเหมือนมันถูกมอมเมาด้วยความหอมหวานนี้ สัมผัสที่นุ่มนวลในคราแรกถูกกระตุ้นให้หนักหน่วงขึ้นทีละนิด ๆ จนแทบสำลัก ความโหยหารุนแรงของอีกผ่ายทำให้ผมเผลอกัดริมฝีปากฝ่ายตรงข้ามจนรับรู้ถึงรสฝาดหอมหวานนั้น มันยิ่งกระตุ้นให้ผมตอบสนองลิ้มรสมากขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เลือดในกายวิ่งพล่านอีกครั้งจนรู้สึกได้ถึงชีพจรที่เต้นอย่างรุนแรง หัวใจสูบฉีดเลือดขึ้นไปเลี้ยงสมองอย่างรวดเร็วจนความรู้สึกพุ่งทะยานสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่จะแตกกระจาย เลือนรางแล้วดับหายไปในที่สุด

..

.

จิ๊บ...จิ๊บ เสียงนกร้องดังแว่วมากกระทบกับโสตประสาทอีกครั้ง แสงแดดอ่อน ๆ ยามรุ่งอรุณสาดส่องผ่านผ้าม่านสีขาวบางเข้ามากระทบเปลือกตาคนร่างบางที่ยังนอนหลับใหล

อืม... เปลือกตาค่อย ๆ กระพริบ ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างยากลำบาก รู้สึกเหมือนร่างกายหนักอึ้ง ทำไมนะ!

อ๊ะ! ผมรีบลุกขึ้นมานั่งบนเตียงอย่างรวดเร็ว เมื่อรู้สึกถึงสัมผัสนุ่ม ๆ ของที่นอน

นี่เรามาอยู่บนเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ แย่จังไม่เห็นจะรู้ตัวเลย มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"

ยิ่งคิดก็เหมือนสมองยิ่งปวดร้าว มันแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยง ๆ จนผมแทบทนไม่ไหว นี่ผมยังติดกับอาการเดิม ๆ อยู่อีกหรือ ทั้ง ๆ ที่คิดว่ามันน่าจะหายไปแล้วนะ เมื่อรู้สึกเช่นนั้นผมจึงค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจลง... พยายามทำใจให้สงบนิ่ง แต่ผลที่ได้เป็นกลับตรงกันข้าม ราวกับไม่ใช่ร่างกายของตัวเอง ผมห้ามให้มันหยุดสั่นไม่ได้ มันบ้าชัด ๆ !!

...ภาพทุ่งหญ้าสีทองลอยเข้ามาในสมอง สายตาพร่ามัวเห็นเพียงเงาราง ๆ ที่ค่อย ๆ โน้มตัวมาใกล้ทุกที...ทุกที...จังหวะหัวใจเต้นกระชั้นชิด ผมพยายามจะกระพริบตาจับไล่ภาพจินตนาการเหล่านี้ แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร มันก็สลัดไม่หลุดเสียที สัมผัสที่น่ารังเกียจชวนให้ขนลุก ผมพยายามเบือนหน้าหนีแล้วแต่มันกลับทำไม่ได้ดังใจนัก คางถูกล็อคด้วยสองมือแกร่งหยาบกร้าน ลมหายใจที่แสนเน่าเหม็นถูกพ่นละลอกแล้วละลอกเล่าเข้าใกล้ใบหน้า พอ ๆ กับที่วัตถุสีเงินส่องแสงประกายถูกทาบอยู่บนลำคอเอียง กดลงอย่างช้า ๆ ให้ของเหลวค่อย ๆ หลั่งรินออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเบา ๆ อย่างคนไร้สติ...

ไม่...ออกไป!...ม่ายยย...!!!

สองมือของผมกำลังสะเปะสะปะคว้าไปที่ลิ้นชักโต๊ะหัวเตียง พยายามเปิดมันออกมาผมคว้ามันกำไว้ในมือลากเข้าหาตัว ขวดแก้วสีชาติดฉลากบางอย่างที่ผมไม่เคยสนใจจะอ่านมัน ในเมื่อผมใช้มันจนชินแล้ว

ปลายเข็มฉีดยาค่อย ๆ ถูกกดลงบนฝายา ก่อนที่จะถูกยาส่องกับไฟ เช็คดูเพื่อไม่ให้เกิดฟองอากาศปลายเข็มโลหะจากหลอดฉีดยาสะท้อนกับแสงเป็นประกายแวววับ ให้ความรู้สึกที่แปลกดีแฮะ ปกติผมเป็นคนที่กลัวเข็มฉีดยามาก แต่ ณ เวลานี้ผมกลับชอบมัน ถ้าหากว่ายากล่อมประสาทในหลอดฉีดยานี้มันจะช่วยให้ผมรู้สึกดีขึ้นได้

ผมค่อย ๆ จ่อปลายเข็มที่แขนแล้วกดลงไปเบา ๆ ขณะที่ในสมองยังอยู่จินตนาการนั้น พยายามอย่างยิ่งที่จะหลุดออกจากจินตนาการ แต่มันทำได้ยากเหลือเกิน ทำไมผมต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้ เรื่องแบบนี้ ตั้งแต่ยังเด็กด้วย!

ความรู้สึกตอนเข็มแทรกผ่านผิวเนื้อเล่นเอาผมสะดุ้ง ดวงตาเบิกกว้าง ใบหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวด ของเหลวเย็น ๆ กำลังถูกดันเข้ามาในร่างกาย อึดอัด..เจ็บ..รู้สึกเหมือนเส้นเลือดจะแตก มันเกินไปแล้วนะ! ผมได้แต่หลับตาแม้จะรู้สึกถึงเลือดที่ซึมออกมารอบ ๆ ของเหลวที่ไหลย้อยตามแขนกับกลิ่นคาว ๆ

อืม..หอมจัง? เอ๊ะ!?... ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองผิดปกติจากที่เคยเข้าไปอีก หลังจากเหตุการณ์เมื่อวาน เหมือนมีอะไรบางอย่างในร่างกายของผมที่เปลี่ยนแปลงไป ถึงกระนั้นผมก็ยังไม่อยากรับรู้อะไรแล้วทั้งนั้น ความหวังน้อยนิดในใจภาวนาจะทำให้นาฬิกาปลุกหมีพูร์ของผมดังขึ้น แล้วผมจะได้ตื่นเสียที

..ตื่นจากฝันร้ายนี้

เวลาผ่านไปได้ซักพัก ผมเริ่มลืมตาขึ้นมา ยาคงออกฤทธิ์แล้ว...ทุกอย่างดูสบายๆ ไปหมด แต่เรี่ยวแรงก็ดูเหมือนจะหดหายตามไปด้วย เลือดร้อนๆ บนต้นแขนดูไม่น่ากลัวอย่างที่ควรจะเป็น ทุกอย่างดูสงบผิดกับเมื่อครู่ที่ผ่านมา ผมจึงค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นแต่งตัวเพื่อจะไปโรงเรียน พยายามลากสังขารที่ไร้เรี่ยวแรงก้าวลงบันได

อ้าว...ตื่นแล้วเหรอลูก...กำลังจะขึ้นไปปลุกอยู่พอดีเลย สายมากแล้วนะเดี๋ยวไปโรงเรียนไม่ทันหรอก แม่พูดพลางดันตัวผมลงนั่งกับเก้าอี้พร้อมกับเสิร์ฟอาหารเช้าอย่างง่ายๆ ให้

รีบๆ ทานข้าวนะจ๊ะ อืม..หน้าซีดๆ เป็นอะไรหรือเปล่า

เปล่าครับ แค่ความดันต่ำเอง เดี๋ยวก็หาย...เอ่อ..คือ..เมื่อวาน... ผมอึกอักอยู่ซักครู่ คุณแม่ก็เหมือนจะนึกขึ้นได้รีบพูดแทรกเข้ามา...

เอ้อ..เมื่อวานนี้ ลูกคงเป็นลมน่ะ มีหนุ่มใจดีช่วยพยุงกลับมาน่ะจ๊ะ เล่นเอาแม่ตกใจแทบแย่ คราวหน้าคราวหลัง ระวังตัวหน่อยสิลูก ยิ่งไม่สบายง่ายๆ อยู่น้า..ลูกคนนี้นี่ ว่าแล้วมือนุ่มๆ อุ่นๆ ก็บรรจงลูบหัวของผมไปมาเบาๆ รู้สึกดีจัง >_<

ครับ..คราวหน้าผมจะระวังให้มากกว่านี้ แม่ก้อ..ทำเหมือนผมเป็นเด็กๆ เลย...

ฮ่า..ฮ่า...ก็แม่เป็นห่วงนี่ มีลูกชายน่ารักๆ กับเค้าทั้งคนก็ต้องดูแลกันหน่อย ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีก... เสียงแม่ดูเหมือนจะเบาลงคล้ายจะตอกย้ำกับตัวเองในประโยคสุดท้าย ยิ่งพาให้ผมรู้สึกผิดไปด้วยที่ทำให้แม่ไม่สบายใจอย่างนี้ จึงพยายามยิ้มออกมาให้บรรยากาศไม่แย่ไปมากกว่าที่เป็นอยู่

แหม...แม่ก้อ..ผมเป็นผู้ชายนะครับ...น่