2006/Nov/28

- 2 -

...หากหลอมละลายรวมกันได้ จิตใจของฉันจะเชื่อมโยงไปถึงนาย...

ตึง...ตึ่ง...ตึ๊ง...เสียงดนตรีในกล่องดังเบาๆ พร้อมกับม้าหมุนเริ่มหมุนวนไปเรื่อยๆ...เรื่อยๆ...สวนสนุกกำลังเริ่ม...

แกเกิดมาที่สวนสนุกเคลื่อนที่...

แม่มักจะพูดเช่นนี้เสมอตั้งแต่เล็ก...เพราะเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจไม่มั่นคง บางครั้งแม่ก็จะพูดบ่นอยู่เพียงลำพังจนทำให้ผมได้ยินเรื่องราวเข้าโดยบังเอิญ แม่...จะพาผู้ชายหลายๆ คนมาที่บ้านและก็จะได้เงิน...ผมเกลียดมัน!...ถึงจะไม่เข้าใจความหมาย แต่ผมก็รู้สึกรังเกียจ! ...เคยคิดว่าหากโตขึ้น ตัวเองกลัวที่จะเป็นแบบนี้ แม่ไม่เคยตีผมเลยสักครั้ง แต่ก็ไม่เคยที่จะหันมามองและพูดด้วยความรัก...ผมเคยพยายามที่จะดึงความสนใจมาจากแม่ แต่ก็ไร้ผล เธอมองคล้ายจะปฏิเสธความมีชีวิตของผม...

อยู่มาวันหนึ่ง แม่พาผมไปยังสวนสนุกที่ห่างไกล...

รถดั๊มฟ์...

ม้าหมุน...

ชิงช้าสวรรค์...

ถ้วยหมุน...

ที่บ้านพิศวง...ผมได้ดูตัวตลกแสดงมายากล...มายากลมากมาย

ลูกโป่ง! ตัวตลกกำลังจะแจกลูกโป่ง ผมไปเอานะฮะแม่!

ผมรีบวิ่งออกไปโดยมีแม่มองตามหลัง แต่ทว่าลูกโป่ง...มาไม่ถึงผม...ของผมไม่มี...และเมื่อหันกลับไป...ไม่มีร่างของแม่!

แม่...ผมไม่ได้ลูกโป่ง เพราะผมเป็นเด็กที่ไม่มีใครต้องการใช่มั๊ย?...ใช่มั๊ย!?

เด็ก 10 ขวบจะวิ่งไปไหน อย่างไร...ระหว่างทางผมถูกตำรวจพาตัวไปไว้ที่สถานีหลายต่อหลายหน แต่ก็หนีออกมาได้...ขึ้นรถไฟใต้ดินไปเรื่อยเปื่อยเท่าที่สมองน้อยๆ จะจดจำได้ บางครั้งก็โบกรถ 2 วันเต็มๆ ท่ามกลางอันตรายบนท้องถนน และในที่สุด...ผมก็กลับถึงบ้าน!

สัญชาตญาณของการกลับถึงถิ่นที่น่าพิศวงบวกกับความกลัวที่จะอยู่คนเดียวทำให้ผมกลับบ้านได้อย่างเหลือเชื่อ และผมก็คาดหวังอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ ว่าจะได้เห็นปฏิกิริยาของผู้เป็นแม่ เมื่อเห็นผมกลับบ้านเองได้!...ผมค่อยๆ ย่องเข้าไป...ผ่านหน้าต่างบานใหญ่ที่มีผ้าม่านปกคลุมเสียงโหวกเหวกดังขึ้นจนผมต้องหยุดสายตาให้มองผ่านช่องผ้าม่านนั้น...

ใช่...ชั้นโกหก...ฮิเดะไม่ใช่หลานชั้นหรอก เป็นลูกชายที่ชั้นคลอดมาเองตอนอายุ 16...เฮอะ! ตอนที่ไปเที่ยวสวนสนุกเคลื่อนที่ ชั้นถูกผู้ชายที่แต่งตัวเป็นตัวตลกข่มขืนจากด้านหลังของบ้านพิศวง! ชั้นก็แค่...เอาฮิเดะไปคืนที่เดิมเท่านั้นเอง!

ตอนนี้สมองของผมมันช่างสับสนวุ่นวายไปหมดแล้ว ตกลงผมเป็นใคร!? ตลอดเวลาที่ผ่านมาที่แม่ไม่เคยหันมามองผมก็เพราะเหตุนี้เองหรือ...แม่

ตอแหลจบแล้วก็ส่งเงินมาสิวะ ได้มาเท่าไหร่ล่ะ จากไอ้คนที่โทรมาเมื่อกี้น่ะ

เรื่องอะไร! ผู้ชายไม่ได้มีแค่แกคนเดียวนี่หว่า ไม่มีปัญญาหากินแล้วเรอะไอ้บ้า!

เออสิวะ! ชายคนนั้นพูดด้วยอาการบ้าคลั่ง ระดับความโกรธสูงขึ้นจนหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง สมองสั่งการให้จัดการอะไรซักอย่างกับนังผู้หญิงปากมากนี่

เงียบนะ! นังผู้หญิงแพศยา!

ฉึ่ก!

..

.

เงาที่ปรากฏอยู่ที่ผนังกำแพงและเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผมได้ยินแทบทำให้หัวใจผมหยุดเต้น ชายคนนั้นหนีไปไหนแล้ว ผมเดินเข้าไปใกล้แม่...แม่อยู่ในสภาพที่น่าตกใจและในที่สุดก็เริ่มขอความช่วยเหลือ สายตาที่มองมาทำให้ผมต้องหยุดเดิน

โทรศัพท์ที...ฮิเดะ..เร็วเข้า..ถ้าแม่หายดีจะพาลูกไปสวนสนุกอีกงัย..นะ..แล้วก็...

แล้วก็จะทิ้งผมไว้อีกใช่มั๊ย?

ดวงตาที่เบิกกว้าง ผมแทบไม่รู้สึกตัวเลยว่าทำอะไรลงไป รู้สึกแค่เพียงความสั่นไหวของมือที่กำบางสิ่งอยู่...หยดน้ำตาร่วงหล่นจากสองตาไม่ขาดสาย และผมก็ไม่คิดที่จะเช็ดหรือห้ามมัน...

กึก..อ้ำ..อ้ำ..อึ้ก..อึ้ก..

หิวกระหายมากมายจนทนไม่ไหว ผมจึงเริ่มหาของกินมานั่งกินข้างๆ แม่...อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น...ทั้งๆ ที่ไม่เคยมองผมมาก่อน ในเวลานี้...เวลานี้อย่ามองผมแบบนี้...

ผมทนไม่ได้จึงช่วยปิดตาแม่โดยการใช้กระดาษกาวปิดดวงตาที่มองมา มือเปื้อนเลือดเต็มไปหมดทำให้ผมกลัว ขี้ขลาด...แม่ไม่มองผมอีกแล้ว ทุกคนถูกปิดตา..ปิดตาแล้ว...ไม่เป็นไรแล้ว..ไม่เป็น ผมนั่งระบายสีภาพอยู่ข้างๆ แม่ รูปทุกรูป..ผมจะช่วยปิดตาให้เอง

...

..

.

เด็กคนนั้นอยู่คนเดียวกับศพของแม่ที่ถูกฆ่าตายถึง 5 ชั่วโมง ใจเด็ดจริงๆ คงจะช๊อคมาก...พยายามจะดึงมีดออกจากตัวแม่สินะ...ต้องเรียกตำรวจทันทีเลยรู้มั๊ย แล้วทำไมเอากระดาษเทปปิดที่ตาของแม่ล่ะ?

ก็แม่จ้องมาที่ผมด้วยความโมโห

ผมบอกออกไปแค่นั้น ไม่มีใครสงสัยเด็กตัวเล็กๆ ที่ไร้ญาติขาดมิตร และในที่สุดผมก็เดินไปสู่หนทางการเป็นครูด้วยจิตใจทีไม่อยากมีลูกที่เหมือนกับผม

แต่...มันตรงกันข้ามกับหน้าตาตอนกลางวัน...กลางคืนกลับต้องการพวกที่ขายตัวเพราะเงินเหมือนแม่ แล้วทำไมล่ะ พวกผู้ชายวัยรุ่นเหล่านั้น มันสกปรก น่าทุเรศ! ...ผมปักมีดหลายต่อหลายครั้ง ก็ของสกปรกไม่เป็นที่ต้องการนี่ เพราะมันมองผมและดุด่าผม...จะต้องปิดตา ต้องฆ่าให้ตาย ไม่งั้นผมแย่แน่ๆ ใครก็ได้ช่วยผมที...คนอย่างแกตายซะได้ก็ดี มีชีวิตอยู่อย่างไร้ศักดิ์ศรี! ทุกคืนจะเปลี่ยนสีคล้ายแมลงเพียงเพื่อต้องการเงินเท่านั้น! ไปตายซะได้ก็ดี! อึ่ก..อึก..ฮืออออ...

...

..

.

มือผมที่กำแน่นถูกมือบางเคลื่อนเข้ามากอบกุม ผมลืมตาตื่นมาเมื่อรู้สึกถึงความชื้นที่ดวงตาและความเศร้าเสียใจที่จู่ๆ ก็ปะทุขึ้นในอก ฝันร้าย...ความฝันที่อยากจะลืม...แต่มันไม่เคยไปไกลจากตัวผมเลย ถ้าไม่ได้มือบางนี้คอยปัดเป่า ผมเล่าทุกอย่างให้ร่างบางฟัง...

นายฆ่าใคร? แม่...หรือเด็กผู้ชายขายตัว หรือ...ตัวเอง!

ซึบาสะถามกลับผมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนนุ่มเบาแล้วบรรจงแนบจูบที่ข้อนิ้ว ทีละนิ้ว...ทีละนิ้ว

ช่างมันเถอะ ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่ต้องฆ่าแล้ว...อภัยให้แล้วนะ...ฮิเดะคุง

จูบหวานๆ ยังคงแนบประทับให้ฝังลึกลงไปถึงจิตใจ ผมแทบไม่รู้สึกถึงน้ำตาที่ไหลรินออกมา ความอบอุ่นของอ้อมกอดนี้ทำให้ผมไม่รู้สึกกลัวอีกต่อไป

นายไม่กลัวฉันเหรอ ไม่จ้องมองด้วยสายตาที่คล้ายๆ กับทุกคน นาย...นายแปลกนะ

อา..คงกำลังสับสนพร้อมกับนาย...ปีศาจฆาตกรของชั้น

ฝ่ามืออุ่นบรรจงลูบไล้เส้นผมของคนที่กำลังก้มหน้าลงที่ตักนุ่มของตัวเองพร้อมยิ้มจางๆ เพื่อปลอบโยนคนตรงหน้า...

...ผม...ไม่ต้องฆ่าผมก็ได้...

............................................................

หลังจากที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นในวงแขนของเด็กคนนี้ราวกับเด็กแรกเกิดใหม่...ก็ได้หลับคาวงแขนจนกระทั่งเช้า ฝ่ามือยังคงสอดประสานกันเหมือนจิตใจของเราทั้งสอง

...

.

ซึบาสะตื่นขึ้นมาก็พบกับอาหารเช้าง่ายๆ บนโต๊ะข้างเตียงแนบมากับกระดาษโน้ตที่มีข้อความสั้นๆ ...รอยยิ้มน้อยๆ เริ่มผุดขึ้นจากมุมปากน่ารักจนกลายเป็นยิ้มกว้างอวดโชว์ฟันกระต่ายน้อยๆ ในที่สุด จากนั้นจึงเริ่มลงมือจัดการกับอาหารเช้าที่น่าอร่อยนั้น...

โอ๊ะ!

เจ้าสุนัขตัวน้อยอ้วนกลมไต่ขึ้นมาที่ขอบเตียงแล้วค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้พลางส่งสายตาแป๋วๆ กลมโตแลดูน่ารักน่าชังเป็นการหยั่งเชิงคนไม่คุ้นหน้าแล้วจึงเอาหัวกลมๆ ที่เต็มไปด้วยขนนุ่มๆ มาเคล้าคลอผิวกายของคนบนเตียง

ฮิเดโซะ...เจ้านี่เอง ขอโทษทีนะ...โซ่ของแกอยู่กับชั้น ซึบาสะพูดพลางอุ้มเจ้าตัวน่ารักขึ้นมาคุย

ชั้นเองก็อยากจะถูกทากิซาว่าล่ามโซ่เหมือนแก เพราะฉะนั้นขอยืมหน่อยนะ จูบเบาๆ บรรจงแนบกดลึกลงไปที่ท้องขาวๆ กลมๆ ของเจ้าฮิเดโซะ...ขออยู่แบบนี้ซักพักนึงเถอะนะ...พระเจ้า...ความฝันแสนสุขเพียงชั่วครู่...ขอให้ผมอยู่กับมันอีกซักนิดเถิด...

..

.

ซึบาสะ...ในโลกที่สับสนของฉัน...มีเธอคนเดียวเท่านั้นที่สวยงาม

หมู่นี้ซึบาสะมักจะยิ้มให้เห็นบ่อยๆ สีหน้าที่ปราศจากอารมณ์ความรู้สึกเมื่อครั้งแรกที่เจอกันนั้น...เชื่อว่าเมื่อก่อนคงจะแสดงสีหน้าเช่นนี้อยู่เสมอ...ก็ซึบาสะกำลังจะหัวเราะ...ความร่าเริงของนายทำให้ติดตาตรึงใจ...อา...อยากอยู่ใกล้ชิด...อยาก...

สวนสนุกกำลังเปิดฉากใหม่...ความสนุกกำลังรออยู่ ผมเห็นซึบาสะจังกำลังยืนถือลูกโป่งหลากสีรออยู่เบื้องหน้าพร้อมรอยยิ้มสดใส...รอเดี๋ยวนะ ผมกำลังเข้าไปหา...เข้าไปสวมกอดเจ้าของรอยยิ้มน่ารักนั้น...ลูกโป่งต่างพากันหลุดลอยเป็นอิสระขึ้นไปบนท้องฟ้าคราม...ไม่มีอีกแล้ว...ตัวตลก...

..........................................................

Comment

Comment:

Tweet